ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์ ม้ามืดซีซั่นนี้ที่ทุกทีมจะจับตา

Liverpool-vs-Sunderland

Liverpool-vs-Sunderland

ลิเวอร์พูล พบ ซันเดอร์แลนด์ ศึกใหญ่ที่สะท้อนผลงานม้ามืดแห่งซีซั่น

ซันเดอร์แลนด์ ม้ามืดที่ยกระดับตัวเองจนทั้งลีกต้องหันมามอง

เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ค่อย ๆ เงียบลงเมื่อเกมจบลง ต่างจากมุมอัฒจันทร์ด้านหลังประตูฝั่งแอนฟิลด์ โร้ด ที่ยังดังก้องด้วยประโยค “Sunderland Till I Die” อย่างพร้อมเพรียง ขณะเดียวกันนักเตะ และ ทีมสตาฟฟ์ของทีมเยือนก็หันไปปรบมือเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ที่ตามมาเชียร์แบบไม่ย่อท้อ

ในฤดูกาลที่ถูกมองว่ามีการแข่งขันสูสีที่สุดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระยะห่างระหว่างอันดับ 4 อย่างเชลซี ไปจนถึงบอร์นมัธในอันดับ 14 มีเพียงห้าแต้มเท่านั้น ท่ามกลางการเบียดลุ้นอันดับที่เข้มข้น กลับมีหนึ่งสโมสรที่โชว์ผลงานเหนือความคาดหมายแทบทุกสัปดาห์ และ กลายเป็นความภาคภูมิใจของแฟนบอลแดนอีสานตอนบน ที่ไม่ใช่แค่เป็นบ้านของนิวคาสเซิลเพียงทีมเดียว

Liverpool-vs-Sunderland-1

“เราจะไปสนใจทำไมว่าเขามีอะไรเหนือกว่า เราภูมิใจในความเป็นซันเดอร์แลนด์ และ เป็นแม็คเอมอย่างเต็มตัว” ประโยคของแฟนบอลรุ่นใหญ่คนหนึ่งยังคงดังอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้

ในพื้นที่ที่มีแม่น้ำไทน์ และ แม่น้ำแวร์ไหลเคียงกัน แต่ไม่เคยผสานกันได้เลย ความเป็นศัตรูทางลูกหนังก็ไม่ต่างกันนัก

ซันเดอร์แลนด์ที่ห่างหายจากพรีเมียร์ลีกไปถึงแปดปี การกลับมาสู่ลีกสูงสุดย่อมไม่ใช่งานง่าย แต่เมื่อผ่านมากว่าหนึ่งในสามของฤดูกาล ผลงานกลับเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง หลังลงสนาม 14 นัด เก็บชัยชนะ 6 เสมอ 5 แพ้เพียง 3 รวมเป็น 23 คะแนน และ อยู่ในโซนลุ้นพื้นที่ยุโรป จนหลายคนเริ่มจับตามองอย่างจริงจัง

Liverpool-vs-Sunderland-3

เส้นทางดังกล่าวยิ่งน่าทึ่ง เมื่อย้อนกลับไปไม่นานทีมนี้เพิ่งเล่นอยู่ในลีกวันด้วยซ้ำ

ผมยังจำคืนหนึ่งช่วงต้นปี 2021 ตอนนั้นเดินทางไปยังสนามของแอคคริงตัน สแตนลีย์ในช่วงที่โควิดยังระบาด ฟุตบอลลงเตะได้แต่ต้องปิดสนามห้ามแฟนบอลเข้า เกมนั้นเสมอ 1-1 แม้คุณภาพการแข่งขันจะไม่ได้โดดเด่นนัก แต่สิ่งที่น่าจดจำคือการได้เห็นชายหนุ่มวัยเพียง 24 ปี ที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของซันเดอร์แลนด์นั่งดูเกมด้วยตัวเอง

เขาคือ ไคริล หลุยส์-เดรย์ฟัส เจ้าของสโมสรที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อไม่นาน

มันไม่ใช่ภาพที่พบเห็นง่าย การเดินทางมาเชียร์เกมเยือนตอนกลางคืน ในอากาศหนาวจัด และ ในช่วงที่ไวรัสยังคงทำให้ผู้คนหวาดหวั่น แต่เขาก็เลือกมาปรากฏตัวที่ข้างสนามอย่างเงียบ ๆ

หลุยส์-เดรย์ฟัสเคยให้สัมภาษณ์ว่า “คืนนั้นที่แอคคริงตันเราแค่พอใจกับผลเสมอ แต่คุณก็ต้องย้อนถามตัวเองว่าสโมสรมีแผนระยะยาวอะไรบ้าง และ ผมได้เห็นว่าทำไมฟุตบอลอังกฤษถึงมีเสน่ห์แม้ในลีกระดับล่าง”

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ซันเดอร์แลนด์ค่อย ๆ ปรับโครงสร้างสโมสรตั้งแต่บนลงล่างแบบไม่เร่งรีบ ทีมใช้เวลาสะสมความแข็งแกร่งทีละขั้น ทั้งจากการอยู่ในลีกวันอีกหนึ่งฤดูกาล ก่อนขยับขึ้นชิงแชมป์ชิพสามปีเต็ม จนก้าวกลับพรีเมียร์ลีกในที่สุด

ดังนั้นคืนที่แอนฟิลด์จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ซันเดอร์แลนด์ทำได้ดีจนคว้าคะแนนออกมาได้ รูปเกมโดยรวมแสดงให้เห็นถึงสปิริต และ ระบบทีมเวิร์กที่เริ่มแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ

Liverpool-vs-Sunderland-2

แม้สโมสรจะลงทุนกว่า 150 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ แต่โลกฟุตบอลไม่เคยรับประกันความสำเร็จ ตัวอย่างก็เห็นได้จากลิเวอร์พูลคู่แข่งในวันนั้นเช่นกัน

สิ่งที่เห็นชัดคือมุมมอง และ ความตั้งใจของเจ้าของทีมวัยหนุ่ม ที่ทำให้โครงสร้างของทีมน้องใหม่ยืนหยัดต่อแรงกดดันบนลีกสูงสุดได้ เขาเคยบอกว่า “ตอนที่ผมไปประชุมกับอีก 19 สโมสรในพรีเมียร์ลีกก่อนเปิดซีซั่น มีคนคิดว่าเราต้องตกชั้นทันที บางคนชม แต่ก็เตือนว่ามันจะไม่ง่าย ผมรับฟัง แต่เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นไปได้”

อีกบุคคลสำคัญคือ เรจิส เลอ บรีส์ กุนซือชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่สโมสรต้องการ หลังผ่านการลองใช้โค้ชหลายคน ในที่สุดก็มาคลิกกับคนที่สไตล์ตรงกับแนวทางของทีมอย่างแท้จริง

การเสริมทัพก็สะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจน เน้นนักเตะอายุน้อยเพื่ออนาคต ทั้งโนอาห์ ซาดิกี้ วัย 20 ปี, เชมส์ไดน์ ตาลบี้ แข้งผู้ยิงประตูที่แอนฟิลด์วัย 20 ปี และ ไบรอัน บร็อบบี้ วัย 23 ปี พร้อมเสริมประสบการณ์ด้วยแกนหลักอย่างกรานิต ชากา

เมื่อมองย้อนกลับไป ทีมเลสเตอร์ในฐานะน้องใหม่ฤดูกาลก่อนเก็บได้เพียง 25 คะแนน อิปสวิชได้ 22 แต้ม และ เซาธ์แฮมป์ตันยิ่งลำบากกว่า แต่ซันเดอร์แลนด์ชุดนี้ผ่านไป 14 นัดก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงเป้าหมาย “หยุดวงจรน้องใหม่ตกชั้นทันที”

พวกเขาบุกแบ่งแต้มที่แอนฟิลด์

บุกชนะที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ ตามตีเสมออาร์เซนอล ทีมลุ้นแชมป์ได้สำเร็จ

ทั้งหมดคือผลงานที่ต้องชื่นชมอย่างจริงใจ โดยยิ่งเมื่อย้อนภาพไปเพียงไม่กี่ปี ทีมนี้ยังเคยลงเล่นในสนามเล็ก ๆ ที่มีผู้ชมเพียงห้าพันคนอย่างแอคคริงตันอยู่เลย

ซันเดอร์แลนด์จึงไม่ใช่แค่ม้ามืด แต่เป็นตัวอย่างของการสร้างใหม่จากฐานรากอย่างเป็นระบบ และ กำลังเขียนบทใหม่ของสโมสรด้วยตัวเองในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *