
ลิเวอร์พูล เดินเกมล่า โอลิเซ่ แต่บาเยิร์นยืนกรานชัด ไม่มีแผนปล่อยตัว
บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจชัดเจน ท่ามกลางกระแสลิเวอร์พูลพร้อมทุ่มคว้า “โอลิเซ่”
บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมนี ตกเป็นข่าวว่าได้ข้อสรุปเรียบร้อยเกี่ยวกับอนาคตของ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ หลังมีรายงานว่า ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมทุ่มงบก้อนโตเพื่อดึงตัวแนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสไปร่วมทีม
รายงานระบุว่า “เสือใต้” ไม่มีแนวคิดปล่อย โอลิเซ่ ออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า แม้จะมีกระแสว่า “หงส์แดง” พร้อมยื่นข้อเสนอระดับ 173 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าปีกวัย 24 ปีไปเสริมเกมรุก โดยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับการทดแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่มีแนวโน้มอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2025-26

โอลิเซ่ เพิ่งย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโร และสามารถสร้างผลงานได้ทันที เขาทำไป 36 ประตู พร้อม 43 แอสซิสต์ จากการลงสนามรวมทุกรายการ 97 นัด ฟอร์มที่ต่อเนื่องและอิทธิพลต่อเกมรุกทำให้ชื่อของเขาถูกเชื่อมโยงกับทีมใหญ่ในอังกฤษ โดยเฉพาะลิเวอร์พูลที่ถูกกล่าวว่าพร้อมทุ่มหนักเพื่อปิดดีล
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มักซ์ เอเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬาของบาเยิร์น และ ยาน-คริสเตียน ดรีเซ่น ซีอีโอของสโมสร ออกมายืนยันตรงกันว่า โอลิเซ่ จะไม่ถูกขายในช่วงเวลานี้
เอเบิร์ล ระบุว่า โอลิเซ่ ยังมีสัญญากับทีมยาวไปจนถึงปี 2029 และไม่มีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา จึงไม่ได้รู้สึกกังวลต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนของสโมสรว่าไม่ได้มีแผนปล่อยนักเตะรายนี้ออกไป

ด้าน ดรีเซ่น ชี้ว่า นักเตะที่สวมเสื้อบาเยิร์น มิวนิค ย่อมรับรู้ถึงมาตรฐานและเป้าหมายของสโมสร ซึ่งคือการลุ้นแชมป์ในทุกรายการ เขามองว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้คือสิ่งที่ผู้เล่นระดับท็อปต้องการ และย้ำว่ามีเพียงไม่กี่ทีมในยุโรปที่สามารถยืนอยู่บนเวทีล่าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยบาเยิร์นคือหนึ่งในนั้น ทำให้มั่นใจว่าโอลิเซ่เข้าใจชัดเจนว่าการอยู่ต่อที่นี่หมายถึงอะไร
ขณะเดียวกัน เอเบิร์ล กล่าวเพิ่มเติมว่า โอลิเซ่เป็นผู้เล่นของบาเยิร์นอย่างเต็มตัว และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นักเตะระดับสูงต้องการ สโมสรต้องการวางอนาคตร่วมกับเขา เพราะพัฒนาการที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าในทีมแห่งนี้ นักเตะสามารถก้าวไปถึงความสำเร็จได้มากเพียงใด
นอกจากนี้ บาเยิร์นยังมองว่าโอลิเซ่คือประเภทผู้เล่นที่สโมสรต้องมีไว้ในระยะยาว และจากศักยภาพที่แสดงออกมา สโมสรเชื่อว่าเส้นทางของเขายังไปได้ไกล โดยแทบไม่มีขีดจำกัดสำหรับสิ่งที่เขาสามารถทำได้ต่อจากนี้